การสื่อสารเปรียบได้กับการเก็บของใส่ตู้

หากลองมองการที่เราจะสื่อสารกับใครซักคนเทียบกับการเก็บของใส่ตู้ โดยที่ตู้คือผู้ที่เราทำสื่อสารด้วย และข้อความของที่เราต้องการจะสื่อสารคือสิ่งของที่เราจะนำไปเก็บในตู้ ผมพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างใกล้เคียงกันมาก โดยสิ่งแรกที่เราจะทำเมื่อนำของไปใส่ในตู้ก็คือการเปิดประตูตู้ การสื่อสารก็เช่นเดียวกัน สื่งแรกที่เราต้องทำก็คือเปิดใจผู้รับฟังก่อน หากเรายังไม่ได้เปิดใจเค้า ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไปก็คงใส่ไม่เข้า

เมื่อเปิดตู้แล้วเราก็จะมองหาที่ว่างในตู้ว่ามีที่ว่างมั๊ย ขนาดที่ของสิ่งที่เราจะใส่เข้าไปพอดีหรือเปล่า ต้องขยับปรับแต่งของข้างในรึเปล่า การสื่อสารก็เช่นเดียวกัน เมื่อผู้ที่เราจะสื่อสารด้วยเปิดใจรับใจแล้ว เราก็ควรดูสภาวะอารมณ์ ความพร้อมของเค้า ณ ช่วงเวลานั้นๆ เราเห็นตามจริง เป็นอย่างไร แม้เจ้าตัวจะบอกว่าพร้อมรับ แต่สิ่งที่แสดงออกมา ทางร่างกาย ทางน้ำเสียง สีหน้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ รึเปล่า

แม้จะมีป้ายติดไว้หน้าตู้ ว่ารับน้ำหนักได้เท่านั้น เท่านี้ กันความชื้นได้ แข็งแรงทนทาน แต่พอเปิดมาดูจริงๆ ขาตู้อาจจะหักแล้ว ยางกันชื้นอาจจะกำลังเสื่อมอยู่ก็ได้ ถ้าจะเก็บของเข้าตู้นี้จริงๆ สิ่งแรกที่เราต้องทำก่อนคือ ซ่อมตู้ ไม่ใช่หาทางยัดของไป หรือ ตำหนิ ด่าทอตู้ใบนี้ การสื่อสารก็เช่นกัน บางครั้งผู้ที่เรากับลังจะสื่อสารด้วย ก็ต้องการปรับอารมณ์ หรือ คำแนะนำในเรื่องอื่นก่อน ถึงจะมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะรับสารที่เราต้องการจะส่ง หากเราดันทุรังที่จะสื่อสารในเรื่องที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกออกไป นอกจากจะไม่เกิดผลแล้ว บางครั้งจะทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน จากดีกลายเป็นร้าย แล้วก็พลอยเกลียดเรื่องนั้นไปเลยก็เป็นได้

เมื่อเราดูสถาพตู้ว่าพร้อมที่จะใส่ของเข้าไปแล้ว ต่อมาก็ต้องดูว่าพื้นที่ว่างข้างใน ว่าเพียงพอรึเปล่า ถ้าไม่พอเราจะทำยังไง สามารถขยับปรับย้าย สิ่งของข้างในได้บ้างรึเปล่า หรือต้องหยิบอะไรบางอย่างออกรึเปล่า หรือว่าต้องปรับรูปแบบของ สิ่งของที่เราจะใส่เข้าไป เช่น พับ หรือนำมาใส่กล่องก่อน หรือนำมาซ้อนๆกันก่อน การสื่อสารก็เช่นเดียวกัน เมื่อคนที่เราจะสื่อสารด้วย พร้อมที่จะรับฟังแล้ว เราก็ดูถึงแนวความคิด และองค์ความรู้ของเค้า ว่ามีอะไรที่ขวางกันสิ่งที่เรากำลังจะสื่ออยู่หรือเปล่า เราสามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดนั้นได้มั๊ย ถ้าไม่ได้เราจะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของข้อความที่เราจะสื่อได้อย่างไรบ้าง สามารถนำไปอาจอิงเทียบเคียงขยายแนวความคิดเดิมของเค้าได้หรือไม่ จัดกลุ่มหรือลำดับเนื้อหาใหม่เพื่อให้เค้าเข้าใจง่ายขึ้นได้รึเปล่า หรือสามารถสรุปให้เข้าใจคร่าวๆไปก่อนแล้วมาอธิบายขยายผลเพิ่มวันหลังได้รึเปล่า เป็นต้น

ขั้นสุดท้ายก็คือเราจะปิดตู้และตรวจทานความเรียบร้อย ว่าของเก็บเข้าไปเรียบร้อยดี เราปิดประตู้ได้สนิท การสื่อสารก็เช่นกัน การจบการส่งสารต้องทำให้เรียบร้อย ชัดเจนว่าถึงช่วงจบแล้ว สิ่งที่เราจะสื่อสารไปเข้าไปสู่ผู้รับฟังเรียบร้อยแล้ว

หรือสรุปได้เป็นขั้นๆดังนี้

เปิดใจ -> ตรวจสภาพจิตใจ -> ตรวจสอบแนวความคิด -> ส่งสาร -> ตรวจทานความเข้าใจ

จากที่เขียนมาข้างบนจะเห็นได้ว่าสิ่งที่ผมบอกมามันเป็นสิ่งที่พื้นฐานมาก และเราทุกคนก็รู้กันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในบางครั้งเราคงหลงลืม หรือมองข้ามกันไป แต่ละคนก็จะมจุดที่ตัวเองทำได้ดีและก็จะมีจุดที่มองข้ามบ่อยๆ หลายต่อหลายครั้งผมรู้สึกเสียดายจริงๆ ที่เห็นคนหลายคนรวมถึงตัวเอง เอาของดีๆไปเขวี้ยงใส่ตู้ หรือจนบางครั้งกระแทกตู้จนพังไปเลยก็มี ทั้งๆที่เราปรารถดีกับเค้า แต่สุดท้ายนอกจากที่เค้าจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว เรากลับยังไปทำร้ายเค้าอีก

เปิดประตูตู้กันซักนิด เช็คสภาพตู้กันซักหน่อย ทั้งของมีค่า ทั้งตู้ จะไม่เสียหายครับ